ดู: 168|ตอบกลับ: 2

| 抛开过去,迈向未来 | -ละทิ้งซึ่งอดีต ก้าวไปสู่อนาคต- |

[คัดลอกลิงก์]
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LongTianchen เมื่อ 2022-7-8 20:41





Name : เทียนเฉิน / /Tiān shén
Family name : หลง / /Lóng
Sex : ชาย
Birthday : 7 ซื่อเยว่ จื้งหยวน ปีที่ 3
ปีนักษัตร์ :
ธาตุประจำตัว :
Link Character : 我是龍神













ลักษณะนิสัยกายภาพ

ลักษณะทางพันธุกรรมด้านบวก

ลักษณะทางพันธุกรรมด้านลบ










♦ บันทึกความทรงจำ ♦









แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 14948 ไบต์และได้รับ 10 EXP!  โพสต์ 2022-6-25 23:26

ที่อยู่ลิ้งก์: 

โพสต์ 2022-6-26 00:21:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LongTianchen เมื่อ 2022-7-8 20:45




ลักษณะนิสัยกายภาพ


สุขุม

รักสงบ

สันโดษ

+2 Point จากโรลการต่อสู้และสร้างสตอรี่ต่อสู้ด้วยความสุขุม ท่วงท่าสง่างาม


+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้


+20 EXP ทุกครั้งที่โรลอดทนต่อความทรมานและอื่น ๆ ที่คนทั่วไปทนไม่ได้


+5 ความสัมพันธ์กับ Comrade


+5 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน


-15 ความสัมพันธ์นิสัยตรงข้าม


-15  ความเครียดเมื่อโรลใจเย็นลงและทำสมาธิผ่อนคลาย ในการควบคุมอารมณ์ แสดงออกอย่างสุขุม


+1 Point ทุกครั้งที่โรลใช้แผนอุบาย หรือ ทางการทูต


+20 EXP หากโรลฝึกฝนกำลังภายใน วรยุทธ์ สำเร็จ ตามสถานที่สอดคล้องกับสายวิชา (หยินอ่อน - ถ้ำ/น้ำตก/ลำธาร) (ไท่เก็ก - ภูเขา/ถ้ำ) (หยางแข็ง - ภูเขา/ถ้ำ/ป่า)


+10 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน


-10 ความสัมพันธ์นิสัยตรงข้าม


-25 ความเครียดเมื่อโรลนั่งสมาธิ


-3 Point เมื่อโรลเพลย์เข้าสังคม/การทูต


+2 Point จากโรลการต่อสู้


+3 Point เมื่อโรลเพลย์ใช้ชีวิตอย่างสันโดษ


-10 ความสัมพันธ์กับผู้อื่น


-10 ความสัมพันธ์นิสัยตรงข้าม


-50 ความเครียดจากการอยู่คนเดียว


+30 ความเครียด เมื่อต้องเข้าสังคมเจอผู้คน


เปิดใช้งาน เดียวดาย เมื่อทำงานตามลำพังสำเร็จจะได้รับ EXP+25










ลักษณะทางพันธุกรรมด้านบวก

ยักษ์

คิ้วหงส์


+6 STR เริ่มต้นตั้งแต่เกิด (สร้างตัวละคร)


+20 ความสัมพันธ์กับคนที่มีลักษณะเดียวกัน


+5 ความสัมพันธ์กับ Comrade


+10 ความสัมพันธ์กับเจ้าสำนัก/ผู้มีตำแหน่งสูงกว่าคุณ


-5 ความสัมพันธ์กับคนที่ให้ความสนใจ


+5 EXP จากการโรลเพลย์บริหารเสน่ห์


+1 Point  ทุกครั้งที่โรลการทูต


+10 ความสัมพันธ์กับคนที่มีลักษณะนิสัยเดียวกัน


+5 ความสัมพันธ์กับคนที่ให้ความสนใจเรา


+5% ได้รับเงินค่าจ้างเพิ่มขึ้น












ลักษณะทางพันธุกรรมด้านลบ


ผิวเผือก

+15 EXP ทุกครั้งที่โรลสร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนจากผิวและนัยน์ตาตนเอง

+10 ความสัมพันธ์กับคนที่มีลักษณะเดียวกัน

-10 ความสัมพันธ์เมื่อโรลเพลย์คุยกับอีกฝ่าย











บันทึกนิสัย & ธาตุ & ปีนักษัตร ไม่ถูกกัน
-15 ความสัมพันธ์จากการที่ธาตุคุณไปข่มธาตุตรงข้าม หรือ ปีนักษัตร์ไม่ถูกโฉลกกัน


ลักษณะของคุณ

ลักษณะที่ไม่ถูกกับคุณ และ ข่มกัน

สุขุม

-15 ความสัมพันธ์นิสัยตรงข้าม

รักสงบ

-10 ความสัมพันธ์นิสัยตรงข้าม

สันโดษ

-10 ความสัมพันธ์นิสัยตรงข้าม

ใจร้อน


ขี้โมโห


รักครอบครัว





บันทึกนิสัย & ธาตุ ที่ถูกโฉลก และ เกื้อหนุนกัน
ได้รับความสัมพันธ์พิเศษ+20 สำหรับธาตุเกื้อหนุนกัน หรือ ปีนักษัตรถูกโฉลกกัน

ธาตุ / ปีนักษัตรของคุณ

ธาตุที่เกื้อหนุน และ ปีนักษัตรถูกโฉลกกัย









แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 83203 ไบต์และได้รับ 69 EXP!  โพสต์ 2022-6-26 00:21
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกวียนขนส่ง
ชุดผ้าฝ้าย
หมวกไผ่ผ้าคลุม
เบ็ดตรง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x10
x10
x100
x200
x200
x1
x121
x30
x30
x30
x90
x10
x14
x90
x10
x10
x10
x20
x10
x10
x10
x10
x10
x10
x10
x10
x110
x20
x10
โพสต์ 2022-7-8 00:09:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LongTianchen เมื่อ 2022-7-8 20:35
                         ความทรงจำที่เกิดนั้น บางทีมันก็เป็นสิ่งที่เรารู้สึกคิดถึง แม้ว่าจะจำอะไรได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่มันก็ทำให้เราณู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้นึกถึงมัน แน่ล่ะ ความทรงจำของคนเรามันไม่ได้สมบูรณ์เหมือนกับภาพที่เราเห็นอยู่เบื้องหน้าในปัจจุบันหรอก มันก็ย่อมเป็นไปได้ที่ว่าเราจะนึกหน้าเขาไม่ออก จำได้และบอกไม่ได้ว่าเขาเป็นใครหรือเขาคนนั้นป็นคนที่เรารู็สึก แต่ก็ดันติดอยู่ในหัวนี่ล่ะ.. เอาล่ะๆ ความทรงจำมันกเป็นสะแบบนี้ล่ะ.. เทียนเฉิงเองนั้นแต่ก็ที่เขาจะต้องมาร่อนเร่พเนจรไปเรื่อยเช่นนี้ แท้จริงแล้ว ตัวเขานั้นมีอะไรที่ไม่รู้อีกเยอะ..



                          เขานั้นเป็นศิษย์ของสำนักที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้อาวุธลับ พัด และหุ่นเชิด สำนักนั้นไม่ได้เป็นที่รู้จักหรือเลื่องชื่อเท่าไหร่นัก เนื่องจากความลึกลับของสำนักนี้ สำนักนี้มีนามว่า "สำนักถังเหมิน" แต่ก็เป็นสำนักที่เรียกได้ว่า การจะสำเร็จวิชาของสำนักนี้ได้นั้น จะต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างหนักกว่าจะสำเร็จ ซึ่งเทียนเฉิงนั้นเป็นหนึ่งในศิษย์ของสำนักนี้ และเป็นศิษย์ต้องตาของอาจารย์หลายๆคน เขาสามารถฝึกการใช้อาวุธลับต่างๆได้อย่างคล่องแคล่วและว่องไวผิดกับร่างกายอันใหญ่โตของเขา ความพิสดารของเจ้าตัวนั้นสามารถทำให้เป็นที่คาดหวังของสำนัก ซึ่งเขานั้นก็ไม่ได้ทำให้ผิหวังเลยเพียงน้อยนิด อีกทั้งเขายังเป็นที่รักของทั้งศิษย์พี่และศิษย์น้องจนทำให้ทั้งสำนักนั้นเริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น


                          เทียนเฉิงนั้นเหมือนเป็นผู้ที่กู้ศักดิ์ศรีของสำนักให้กลับคืนมาอีกครั้ง ด้วยความความที่เขานั้นใช้วรยุทธ์ที่ร่ำเรียนมาทั้งหมด ช่วยเหลือบ้านเมือง ทำความดี ทำให้ผู้คนทั้งหลายยกย่อง แต่ถึงกระนั้น เจตจำนงของสำนักนั้นหาได้เป็นอย่างที่เทียนเฉิงกระทำอยู่ นั่นหมายถึงเทียนเฉิงกำลังทำในสิ่งที่สำนักไม่ต้องการที่จะให้มันเป็นเช่นนี้ เขาจึงจำต้องขับเทียนเชิงออกจากสำนักไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางของเขานั้นจะจบ.. เมื่อกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอนของเขาแล้ว ช่วงนึงที่ไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลย แต่หลังจากนั้นไม่นานนัก เทียนเฉิงได้ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง


                           งั้นที่ผ่านมา เขาหายตัวไปอยู่ที่ไหนกัน?.. จริงๆแล้วเทียนเฉิงนั้นก็ไม่ได้หายไปไหนทั้งสิน เพียงแค่ไม่รู้ว่าเขานั้นอยู่ที่ไหนก็เท่านั้น..


                          ในท่ามกลางทิวเขาสูงตระหง่านนั้นเอง ยังมีหุบเขาสูงจำนวนมากที่ถูกป่าทึบโดยรอบปกปิดเอาไว้ และที่นั่น ก็มีเมืองใหญ่ตั้งอยู่ โดยขนาดเมืองนั้นใหญ่โตมากนัก แต่ด้วยสภาพของแผ่นดินบริเวณนั้นทำให้ไม่มีใครเห็น อีกทั้งสภาพของเมืองนี้นั้นมีหลากหลายมากและซับซ้อนเกินกว่าที่คนภายนอกจะหยั่งถึง ที่นี่จึงสามารถรอดพ้นสายตาของคนก็ตามที่เดินผ่านไปมา เป็นเหมือนกับเมืองลับแลขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางป่านั้น และเทียนเฉิงเองก็ได้กลับบ้านมาอาศัยอยู่ที่แห่งนี้ เนื่องด้วยมหานครลับแลแห่งนี้นั้น เป็นเหมือนมรดกตกทอดที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่นตั้งแต่ยุคสงครามก่อนหน้านี้หลายร้อยปี บรรพบุรุษของเทียนเฉิงนั้นได้บุกเบิกที่นี่และค่อยๆขยายอาณาเขตออกไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีใครรู้ว่ามีที่นี่อยู่ ในยุคนั้น ที่นี่จะเป็นเพียงหมู่บ้านและค่ายทหารรับจ้างที่เป็นที่พักพิงของทหารรับจ้างหรือขุนพลที่ไม่มีที่ไป ในครั้งนั้นจำนวนกำลังพลของทหารรับจ้างที่หมู่บ้านนี้มีนั้น สามารถตีเมืองใหญ่ๆให้แตกได้ภายในคืนเดียว นั่นหมายความว่าจำนวนต้องเยอะมากแน่ๆ


                            จนกระทั่งสิ้นสุดสงคราม บรรพบุรุษของเทียนเฉิงนั้นเป็นคนอายุยืนมาก เขาได้ดูแลและได้ให้คนของเขาสำรวจโดยรอบหมู่บ้านในป่าที่เขาอยู่ และนั้นเป็นจุดกำเนิดของเมืองลับแลแห่งนี้.. พวกเขาได้ให้ทหารที่ยังอยู่าพากันมาตั้งรกรากและใช้ชีวิตอยู่ในที่แห่งนี้ โดยกำหนดเอาไว้ว่า ห้ามเกินอาณาเขตสันเขาที่ล้อมรอบนี้ เพื่อให้ที่นี่นั้นปลอดภัยจากข้าศึกหรือใครก็ตามที่คิดจะเข้ามา และห้ามตัดต้นไม้ ซึ่งหุบเขาที่ล้อมรอบหมู่บ้านนี้อยู่นั้นก็ไม่ใช่ว่าจะเล็กหรือมีอาณาเขตที่น้อย อีกทั้งยังภูเขาสูงอยู่ภายใน ทำให้นี่เป็นเหมือนเมืองป้อมปราการทางธรรมชาติไปโดยปริยาย..


                           เทียนเฉงกลับมายังบ้านเกิดเมืองนอนของเขา โดยที่เขาเองก็หาได้ทิ้งวิชาความรู็ที่ได้ร่ำเรียนมา เมื่อกลับมาถึง เขาจึงมีเวลาอยู่มากในการพัฒนาตัวเองทั้งความรู้และวรยุทธ การพัฒนาบ้านเมืองของตระกูลเขาเอง ใช้ชีวิตตามปกติทั่วไป ไม่มีอะไรมารบกวนจิตใจของเขาได้..


                           อยู่มาวันนึง มันเป็นวันที่เขานั้นจำได้ไม่ลืมเลือน วันที่เขาอยากจะลองออกไปใช้ชีวิตข้างนอกเหมือนกับคนทั่วไป จริงๆแล้วเขาเองก็ไม่ได้เรียกร้องหรือไม่ได้โหยหาอะไรขนาดนั้น เพียงแค่อยากรู้ ว่าการใช้ชีวิตข้างนอกกับข้างในนั้นมันต่างกันมากน้อยเพียงใด.. ซึ่งเอาจริงๆ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมากมายนัก แทบทุกอย่างที่เขารู้จักในเมืองลับแล เขานั้นรู้จักแทบจะทุกอย่าง ก็เป้ฯอะไรที่แน่นอนว่า ข้างนอกนี่กับข้างในเมืองลับแลนั้น มีอะไรที่เหมือนๆกันอยู่ แต่ก็มีอยู่หลายอย่างที่ไม่เหมือนกัน อย่างนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์อำนวยความสะดวกบางอย่างมันไม่มี แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขานั้นเหมือนกันคนละโลกหรือแต่อย่างใด เทียนเฉิงยังสามารถใช้ชีวิตได้อยู่ ในฐานะข้าราชการตงฉิน โดยทำหน้าที่เป็นเหมือนกับมือปราบคนพาลคนชั่ว และคอยชั่วเหลือคนที่ต้องการความช่วยเหลือ คนยากจน คนกำลังตกทุกขได้ยากให้สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้


                           ความดีความชอบทั้งหลายต่างเป็นสิ่งที่ดันให้เทียนเฉิง เข้ารับใช้ในราชสำนัก ในฐานะเดิม นั่นคือมือปราบ โดยที่พวกเขานั้นต่างไม่รู้ว่า เขานั้นร่ำเรียนวิชาวรยุทธ์อะไรจากที่ไหน รู้เพียงแค่ว่าการใช้อาวุธลับของเขานั้นสามารถทำให้ราชสำนักทำงานได้ง่ายขึ้น โดยที่เขานั้นได้ช่วยเหลืองานของราชสำนักเอาไว้มากในช่วงเวลาสั้นๆ และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้รับความดีความชอบและแน่นอนว่าการปูนบำเหน็จให้แต่ละครั้งนั้น เมื่อเขาส่งมันกลับไปที่เมืองลับแล บ้านเกิดของเขาแล้ว กลับไปที่นั่นอีกทีทุกๆอย่างก็เจริญไปเสียหมด..


                             ในการกลับไปของเทียนเฉิงนั้น ผู้คนในราชสำนักต่างได้บอกว่า เขานั้นหายไปราวกับเป็นผี เพราะไม่มีใครได้พบเขาหลังจากนั้นอีกเลยจนกระทั่งเขากลับมาทำงานอีกครั้ง ต่างคนต่างให้เหตุไปต่างๆนาๆ ถึงเรื่องของเขา แต่แท้ที่จริงแล้ว เขาแค่กลับไปอยู่ที่เมืองลับแลของเขากเท่านั้น แค่นั้นจริงๆ

                             เขายังคงรับใช้ราชสำนักต่อไป ส่วนหน้าที่ของเขานั้นก็เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมีงานในราชสำนักอยู่งานนึงที่มีกังฉินอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ คนพวกนั้นได้ทำในสิ่งที่เรียกได้ว่า หน้าไหว้หลังหลอกอย่างที่สุด เบื้องหน้าดูเป็นพวกเอาการเอางาน มีเรื่องแนะนำและทำตลอด แต่เบื้องหลังนั้น คนเหล่านี้ที่เทียนเฉิงเรียกพวกคนเหล่านี้ว่ากังฉิงนั้น ไม่ต่างอะไรกับโจรยักยอกราชสมบัติ ช่อราชบังหลวงอยู่ตลอด แต่ฮ่องเต้ในครั้งนั้นก็หาได้สนใจเพราะพวกคนเหล่านี้ได้อยู่รับใช้ราชสำนักมานานตั้งแต่ฮ่องเต้องค์ก่อน.. นั่นย่อมหมายความว่า เหล่าอำมาตย์กังฉินเหล่าเป็นเหมือนปรสิตเกาะกินราชสำนักมาอย่างยาวนานจนกลายเป็นเนื้อเดียว เทียนเฉิงเองเมื่อได้รับรู้เรื่องราวตรงนี้ เขากลับไม่สามารถทำอะไรเหล่ามาตย์พวกนั้นได้เลย เนื่องจากเหตุผลข้างต้น..


                            เทียนเฉิงเองก็ไม่ได้นิ่งดูดาย เขารับรู้ถึงการมีอยู่ของเรื่องเบื้องหลังนี้ และเฝ้ามองต่อไป คนเหล่านี้แม้เพียงเขาได้รู้ความเลวร้ายของคนเหล่านี้ ความรับผิดชอบเขาย่อมต้องเพิ่มขึ้น และ เขาเองก็ต้องแข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าจะด้วยทางใด เขาจะต้องล้างบางคนเหล่านี้ให้หายไปจากราชสำนักให้หมด..

                         ยิ่งเขานั้นได้ทำหน้าที่โดยใช้วรยุทธ์ของสำนักถังเหมินมากเท่าไหร่ เทียนเฉิงเป็นที่จับตามองของกลุ่มสกุลถังอย่างมาก เขาไต่เต้าขึ้นไปจากมือปราบ จนได้กลายเป็นราชองครักษ์ที่คอยดูแลสนมเอกในวัง ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจตรงนี้ เขาจึงได้รับความเอาใจใส่จากสนมเอกและคอยช่วยเหลือกันดั่งญาติพี่น้อง สนมเอกผู้นี้มีบทบาททางการเมืองในขณะนั้นอย่างมาก เทียนเฉิงเป็นคนมีความเคารพนอบน้อม จึงเป็นที่รักใคร่ของผู้คนมากมายที่ได้รู้จักกับเขา..

                          สนมเอกที่เขาได้รับหน้าที่ให้ดูแลและรับใช้ กำลังถูกทรมานอย่างทารุณ​โดยเหล่าคนที่เขานั้นไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนเหล่านี้ แต่ถ้าจะเป็นพวกมัน ก็ไม่หน้าจะเป้นเรื่องที่เขาจะต้องตกใจมากนัก แต่ที่ตกใจคือ ไม่คิดว่าพวกมันจะทำได้ถึงขนาดนี้ เหล่าอำมายต์กังฉินที่เทียนเฉิงคอยจับตามองมาตลอด พวกมันทำกับสนมเอกอย่างไร้หัวใจ นั่นว่าทำให้ความโกรธของเขาที่อัดแน่นปะทุออกมาแล้ว มีดสั้นจะปักลงที่กลางหว่างอกของนางจนสิ้นใจ ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของเทียนเฉิงได้ขาดลง หน้าของนางที่เงยมาเห็นชายร่างยักษ์ที่มาถึงที่นี่ แต่กลับช้าไป..เขามองเห็นกลุ่มชายในเครื่องแบบราชสำนักที่เหมือนกับว่าทำสิ่งที่ต้องการเสร็จสิ้นเรียบร้อย ก่อนจะหันมามองเทียนเฉิงที่กำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

                          "ขอโทษด้วยนะไอ้หนู แต่นางเป็นตัวขัดลาภของพวกข้าว่ะ ข้าเลยแค่ต้องการสร้างความสุขกับนางสักหน่อยก่อนจะปล่อยนางไปที่ชอบๆ"

                          หนึ่งในขุนนางเอ่ยกับเขาหลังจากที่เทียนเฉิงได้รับรู้แผนการทั้งหมด เทียนเฉิงที่โกรธจนหูดับทำได้เพียงแค่มอง แต่ในเขตราชฐาน เขานั้นไม่ได้นำอะไรติดตัวมานอกจากอาวุธลับ อาวุธกลไกภายในเสื้อคลุมและชุดคลุม

                          "พวกแกมัน.."

                          เทียนเฉิงแค้นใจหมายจะซัดอาวุธใส่ แต่เหล่าทหารลิ่วล้อเข้ามาขวางพร้อมอาวุธครบมือ

                          "อ้าห์ๆๆ.. ฮะๆๆ ใจเย็นไอ้หนู.. ข้าว่าเจ้าอยู่เฉยๆ รอพวกเราไปจากที่นี่ก่อนจะดีกว่า ไม่งั้นล่ะก็…"

                          "ไม่งั้นจะทำไม จะทำไม เจ้าถืออะไรเหนือกว่าข้าจงบอกมานะ"

                          เทียนเฉิงตวาดใส่อีกฝ่ายด้วยความเจ็บแค้น โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าพวกมันรู้อะไรจากเขาบ้าง ความวิตกกังวลเริ่มจับใจเขา ทั้งเรื่องเมืองลับแลที่เขานั้นไม่ต้องการให้ใครพบ หรือแม้แต่เรื่องของสกุลถังที่มีพระคุณ​ต่อเขาอย่างมาก เขาไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นเรื่องอะไรกัน

                           "...ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะยังจดจำวันวานในสกุลถังได้ดี พวกเขาดีกับเจ้ามากเลยสินะ.. ทั้งสั่งสอน ถ่ายทอดวิชาที่มีให้กับเจ้า หวังเจ้าสร้างชื่อในยุทธภพในฐานะศิษย์เอก.. แต่เจ้าลองคิดดูสิ…”

                           “เจ้าคิดจะทำอะไรกับสำนักถังกัน บอกมา ไอ้คนถ่อย”

                           “อาฮะ.. จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเจ้าคิดหักหลังสำนัก เจ้า.. กับหุ่นเชิดง่อยๆของเจ้า ลักลอบเข้ามาในยามวิกาล และหมายจะสังหารสนมเอกหมายให้ราชสำนักปั่นป่วนเพื่อให้ตนได้เป็นวีรบุรุษ แต่ขณะนั้นเอง พวกข้าที่เข้ามาเห็นเจ้าได้ลงมือว่าที่สนมเอกเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ทำทุกวิธีทางเพื่อต่อรองและจับเจ้าอย่างให้เกียรติในฐานะที่เจ้านั้นเป็นถึงราชองครักษ์ของสนมเอก แต่ก็กลับเป็นเจ้าเองที่เป็นฝ่ายลงมือฆ่านางด้วยความรัก เจ้าดื้อดึงและต่อต้าน ทำให้พวกข้าเลี่ยงไม่ได้ และสังหารเจ้าก่อนจะนำหัวปีศาจเช่นเจ้าไปทูลให้องค์หว่างตี้เพื่อปูนบำเหน็จความชอบ และหลังจากนั้นก็จะไม่มีเสี้ยนหนามเช่น​เจ้าอยู่​ราช​สำนัก​อีก​ต่อ​ไป สกุลถังและสำนักฯก็จะหายไปไม่เหลือแม้ชื่อ​ ไงล่ะ​แผน​ข้า ​บรร​เจิด… "

                          คำ​เยิน​ยอ​ที่​ส​รร​สร้างโดยผู้ที่​หลง​ตัว​เอง เป็นอันทำให้ปรอทแตก เทียน​เ​ฉิงที่ตอนนี้อยู่เบื้องหน้าพวกเหล่าอำมาตย์ปีศาจนั้นเองก​็​แสดงท่าที​กระตุก​ไหล่​ตน​เอง​เหมือน​กับ​ว่า​เ​รื่อง​ที่​ว่า​มา​นั้น นิยาย​ที่​แ​สน​จ​ะ​น​่​า​ขัน​ทำให้​เขานั้นอ​ดจะขำ​ไม่​ได้ แต่ก็ต้องอดเอาไ​ว้​ไม่ให้​ความ​แตก โต๋ใน​ขณะนั้น​เอง​ที่​เหล้า​กังฉิน​ทั้ง​หลาย​กำลังงง จู่สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นก็พลันบังเกิดขึ้นเสียง​จน​ได้

                          “เพล้ง!!!”

                          หุ่น​เชิด​จำนวน​สิบ​ตัว​พุ่งพรวด​และ​พัง​ประตูเข้า​มา​ก่อน​ที่​จะป่วนสร้างความวุ่นวาย ใน​ขณะนั้นเองที่เทียนเฉิงสะเดาะกุญแจมืออกจนเสร็จ

                         *พรึบ แกร็กๆๆ! *

                         ผ้าคลุมของเขาก็สะบัดออกกว้างตามลม เหล่า​หุ่น​เชิด​ทั้งสามตัวก็พุ่งเข้ามาใส่ที่ด้านหลังและประกอบเข้ากับด้านหลังของชุดเกราะกลไกที่เทียนเฉิงใส่ กลายเป็น​แขนกลยาวออกมาจากด้านหลังหกแขน

                         “มันจะได้ใจมากมากเกินแล้ว ไอ้พวกสัตว์นรก ข้าจะไม่มีทางให้อภัยพวกเจ้าอีกต่อไปแล้ว”

                         แขนทั้งสองของเทียนเฉิงกอดอดเอาไว้ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว นอกตำหนักที่แม้แต่ทหารคุ้มกันก็ไม่อาจต้านเทียนเฉิงในตอนนี้ได้อีกแล้ว..

                        "เฮ้ย!​มันจะหนีไปแล้ว ไอ้เจ้านั่นหากมันเอาเรื่องนี้ไปทูลหวางตี้ล่ะ หัวพวกเราหลุดออกจากบ่าทั้งหมดแน่แน่ ตามไป!"

                        “ไม่ต้องรีบร้อนหรอก”

                        “ทำไมเจ้ายังไม่มัวนิ่งเฉยอยู่ได้ฮะ? ไม่กลัวมันเอาเรื่องไปทูลฝ่าบาตเลยรึไง?”

                        “จะกลัวไปทำไม ก็แผนที่เจ้าบอกมันเอาไว้น่ะ คิดรึว่าฝ่าบาทจะทรงเชื่อพระทัยเจ้านั่น หลักฐานอะไรก้ไม่มี เรามีอาวุธที่ใช้ฆ่าสนมเอกอยู่กับตัวแล้วคิดว่าฮ่องเต้จะทรงเชื่อใคร ระหว่างราชองครักษ์กับคนสนิทของพระองค์ที่ทรงประทานป้าย..”

                        หนึ่งในพวกนั้นเอ่ยถึงป้ายก่อนที่จะล้วงบางสิ่งออกจากในกระเป๋า แต่…

                         “อะไร เจ้ากำลังหาอะไร?”

                         “ป้ายตำแหน่งที่ฮ่องเต้หน้าโง่นั่นให้มา.. มันหายไปแล้ว!!”

                         “ของข้าก็ไม่อยู่”

                         “ข้าก็ด้วย”

                         นั่นทำให้ทุกคนเริ่มระส่ำระส่าย เพราะป้ายประจำตัวของเหล่าอำมาตย์กังฉินนั้น ไม่มีใครที่อยู่กับตัวเลยแม้แต่คนเดียว

                         “แล้วมันหายไปได้ยังไงกัน? พวกเราก็พกมันติดตัวตลอดนี่..”

                         “...หรือว่า..”   

                         “สั่งทุกคนให้ตามจับเจ้านั่นให้ได้!!”

                         “มันจะต้องไปที่สกุลถังแน่ สั่งให้ทุกคนไปที่นั่น ถ้ามันอยู่ที่นั่นจริงๆ ให้ถล่มที่นั่นให้ราบ ฆ่าให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ป้ายสำนักของมัน”

                         ขุนนางผู้เป็นกังฉินตัวพ่อได้สั่งลูกน้องและมือปราบทุกคนให้ตามไป แน่นอน​ว่า​ตัว​มันเองก็โวย​จะ​หอบ​สัง​ขาร​ที่​อ้วน​เผละ​ของมัน​เดิน​อ​อก​ไ​ป​ยังไม​่ไหว

                         ทางด้านเทียนเฉิงที่ตอนนี้เขาต้องหนีเพราะมีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่จะบอกความจริงกับทุกๆคนในราชโองการได้ก็จริง แต่ในตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ และฮ่องเต้เองก็ยังไม่รู้เพราะยังไม่ได้รับสั่งให้สนมเอกเข้าเฝ้า หากฮ่องเต้ทรงรู้ว่าสนมเอกถูกลอบสังหาร พระองค์ต้องไม่ทรงนิ่งนอนใจเป็นแน่ แต่เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา เทียนเฉิงตั้งใจจะปล่อยให้เรื่องผ่านไปเป็นช่วงระยะเวลานึง เพราะตอนนี้คนที่เขาเชื่อใจที่สุด ไว้ใจ​ที่สุดไม่เหลืออีกแล้ว ในตอนนี้ไม่ใช่​เวลา​ที่​จะมี​ฟูม​ฟายเพราะเรื่องแบบนี้ เขาต้องหาทางรอด ขณะ​นั้น​เอง หุ่น​เชิด​ยักษ์ทั้งสี่ตัว​ของ​เขาที่ได้ถูกเส้นใยของปราณดึงตามมาด้วย สถานการณ์แบบนี้ เขานั้นจำต้องนำมันออกมาเพิ่มสองตัว เพราะมันเป็นเวลาตึงมือที่สุดแล้วหากจะต้องสู้กับทหารในวังทั้งกองทัพรวมถึงมือปราบป​ระ​จ​ำ​ราชสำนัก​อีก งานนี้ล่ะ ถ้าท่านอาจารย์ได้มาเห็นว่​าข​้​าสามารถมาถึงจุดนี้ได้เพราะอาจารย์ เขาคงดีใจอย่างแน่นอน แค่เฉพาะเรื่องกระบวนเท่านั้นนะ ไม่เ​อาเรื่องบ้าบอที่เกิดขึ้นในตอนนี้…

                         การต่อสู่เกิดขึ้นที่กลางอากาศ ความรวดเร็วและท่วงทาลีลาของกระบวนท่าสำนักสกุล​ถังฉบับดัดแปลงทำเอาเหล่าจอมยุทธ​ที่เหาะตามมาร่วงเป็นใบไม้ แต่นั่นก็ทำให้เขาผลาญพลังภายในของเขาไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน เทียนเฉิงเริ่มเหนื่อยหลังจากที่รับมือกับเหล่านักฆ่าและมือปราบที่เป็นพวกของอำมาตย์กังฉินนั้น

                         เมื่อเห็นว่​าไร้ซึ่งคนตามมา เทียนจึงรีบลงวิ่งเท้าเพื่อหาที่ซ่อน ซึ่งเขาเองนั้นไม่อยากให้ใครเข้าถึงเมืองลับแลที่สงบสุข เขาจำต้องหนีไปทางอื่นซึ่งในขณะนั้นเอง เทียนเฉิงไม่รู้เลยว่าเขานั้นกำลังเดินทางไปยังที่ๆเขานั้นไม่ควรจะไปเหมือนกับที่เมืองลับแล นั่นคือสำนักสกุลถัง..

                         ชายร่างยักษ์เดินมาเรื่อยๆจนเกือบถึงสำนัก พลันเงยหน้าขึ้นอ่านป้ายสำนักนั้นพลางได้แต่สบถในใจ..

                         (เ_ี่ยแล้วไง!)

                         ตอนนี้​เขามองไปรอบ พื้นที่ ดวงไฟคบเพลิงพร้อมกับเสียงของฝีเท้าควบม้า พวกมันกำลังใกล้เข้ามา หากเข้าไปสู่สกุลถังจริงๆล่ะก็วอดวายเป็นแน่ เขาจึงเหินออกจากเขตสำนักถัง เพราะในตอนนี้พวกมันต้องการตัวของเทียนเฉิงเพียงคนเดียว หากเขาเอาสำนักของตนเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย มันจะทำให้ยิ่งแย่เข้าไปอีก ในขณะที่เทียนเฉิงกำลังคิดอยู่นั้นเอง

                         “ศิษย์พี่เทียน..”

                         เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง ชายร่างยักษ์หันไปมองด้วยความสงสัย มันไม่น่าจะมีใครฝนสำนักรู้จักเขาสิ เป็นไปได้ยังไงกัน

                         “ศิษย์พี่เทียนนี่ พี่เทียนที่อาจารย์ได้พูดถึงจริงๆด้วย”

                         หญิงสาวในชุดยาว ในมือถือพัดส่วนอีกมือนั้นถือตะเกียงให้แสงสว่าง หน้าแปลก เพราะเขาก็ออกมาจากสำนักตั้งนาน.. คงเป็นอย่างที่หญิงสาวผู้นี้บอกกล่าวเอาไว้ อาจารย์ของเขานั่นเอง.. แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาดีใจกับเรื่องแบบนี้..

                         “พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่?” เทียนเฉิงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

                         “เอ่อออ...พวกเราเห็นใครบางคนใช้วิชาตัวเบาเหินมาพร้อมกับหุ่นเชิดจะมาทางนี้ แต่ก็เหาะไปอีกทาง ข้าคิดว่าเป็นคนของสำนัก ก็เลยตามมาดู ไม่นึกว่าจะเป็นท่าน”

                         “ข้าเหรอ?.. ช่างเถอะ เจ้าจงรีบไปเตือนอาจารย์กับทุกๆคนให้ออกจากที่สำนักโดยด่วน ตอนนี้ที่สำนักไม่ปลอดภัย มีกลุ่มคนปองร้ายสำนักถัง”

                         “ปองร้ายเหรอเจ้าคะ?”

                         “ใช่.. ข้าไม่ได้หลอกเจ้า แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาอธิบาย ให้อาจารย์และทุกๆตนไปตามเส้นทางนี้ ถ้าข้าจะกำชับเจ้าว่า อย่าทำสารนี้หาย เจ้าจะรับปากข้าได้หรือไม่?”

                         “ข.. ข้า..” หญิงสาวกระอักกระอวนเมื่อเจอเรื่องจริงจังกับคนที่อาจารย์ของตนเองกล่าวถึงไว้ไม่นานนี้

                         “ข้ารับปากเจ้าค่ะ” ศิษย์น้องหญิงสำนักถังเหมินตบปากรับคำ

                         เทียนเฉิงหยิบม้วนกระดาษคล้ายมวนสารขนาดเล็กยื่นให้ศิษย์น้อง ทันใดนั้นเองที่เสียงฝีเท้านั้นดังกระหึ่มที่ตรงหน้าของทั้งสอง เทียนเฉิงและหญิงสาวหันไปมอง สิ่งที่ทั้งสองเห็นนั้นคือ กองทัพขนาดย่อมที่นำมาด้วยกองม้าติดอาวุธจำนวนมาก ที่ตรงหน้านั้น มีชายร่างท้วมอยู่บนหลังม้า จำนวนที่นับได้นั้นเท่ากับจำนวนของพวกกลุ่มคนที่เทียนเฉิงนั้นชิงชังอย่างหาที่สุดไม่ได้.. เหล่าอำมาตย์ชั่วทั้งหมดไล่ตามเทียนเฉิงมาจนกระทั่งเจอตัวเขา.. ในขณะที่เทียนเฉิงนั้นพยายามจะส่งสัญญาณให้ศิษย์น้องของสำนักรีบหนีไปจากตรงนี้เพื่อไปบอกคนในสำนัก

                         “ไม่มีที่ให้เจ้าหนีแล้ว.. “หนึ่งในอำมาตย์กังฉินได้เอ่ยปากพร้อมแสยะยิ้ม

                         “ข้าไม่ได้คิดจะหนีไปไหนอยู่แล้วไอ้พวกเดนนรก และที่แห่งนี้จะเป็นที่ตายของพวกแก”

                         “ปากดีนักนะแก ดูสิว่าตัวแกคนเดียวจะทำอะไรได้..”

                         “รับนี่ไป แล้วรีบไปซะ ตอนนี้..”

                         เทียนเฉิงที่ยื่นม้วนสารพร้อมกับห่อผ้าอีกหนึ่งห่อให้กับหญิงสาวไป ได้ให้สัญญาณกับอีกฝ่าย หญิงสาวที่กระโดดใช้วิชาตัวเบาเหินหนีไป เหล่าคนของอำมาตย์นรกนั่นก็คิดที่จะติดตาม แต่ก็กลับถูกหนึ่งในหุ่นเชิดตัวใหญ่ของเทียนเฉิงตวัดดาบในแขนใส่จนหัวหลุดออกจากบ่ากลิ้งตกลงมาอย่างอนาถ..

                         “ศิษย์พี่เทียน” หญิงสาวตะโกนมาจากด้านบน

                         “รีบไปซะ ข้าไม่รู้ว่าจะยื้อพวกมันได้นานแค่ไหน เงาของพวกเจ้าจะช่วยพวกเจ้าให้ปลอยภัย ข้าให้สัญญา"

                         "พี่เทียนเฉิง.."

                         "ไม่เป็นไร.. ไม่เป็นไร ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย"

                         ก่อนที่ชายร่างยักษืจะหันกลับมา พร้อมกับหุ่นเชิดทั้งสี่ตัวที่ถูกเชิดโดยคนเพียงคนเดียว ยืนอยู่เบื้องหน้ากองทัพทหารม้าขนาดย่อมนับร้อยกับศัตรูคู่อาฆาตของเขาในตอนนี้

                         “เข้ามาเลยไอ้พวกนรก ข้าหลงเทียนเฉิงผู้นี้นี่ล่ะ จะส่งพวกเจ้ากลับสู่นรกยมโลกเอง”

                         “เฮอะ ดูสิว่าจะปากดีได้นานแค่ไหน”

                         อำมาตย์ที่อยู่ด้านหน้าสุดสะบัดมือออกมาด้านหน้า เหล่าทหารม้าทั้งหมดก็ควบเข้ามาด้วยความเร็วพร้อมกับชักอาวุธหนักออกมาหมายจะฆ่าให้ตายสนิท เทียนเฉิงมองเห็ฯศัตรูที่เข้าโรมรันเบื้องหน้า ก็ค่อยๆตั้งสมาธิ ก่อนที่จะประกบมือทั้งสองและร่ายกระบวนท่าก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็ว ร่างอันใหญ่ยักษ์กับหุ่นเชิดขนาดใหญ่กว่าเจ้าของพอประมาณทั้งสี่ตัวได้ร่ายรำด้วยท่วงท่าที่สง่างามและรวดเร็วพุ่งผ่านกองทหารม้ากองแรกไป และกลายสภาพกองทหารม้านั้นให้กลายเป็นชิ้นเนื้อหลุดหระจายออกเป็นเสี่ยงๆ สร้างความตกใจแก่ทหารที่เห็ฯเป็นอย่างมาก

                         ถึงแม้ว่ามันจะรุนแรง แต่กระบวนท่าที่เทียนเฉิงคิดค้นขึ้นนั้น ล้วนเกินกำลังของเขามาก อีกทั้งยังต้องเชิดหุ่นด้วยแขนกลไม้ที่ต้องผสานปราณเส้นเอ็นเข้าด้วยกัน มันเกินมือของเขาไปมากกว่าปกติ เทียนเฉิงเองก็ไม่รู้ว่า เขาจะสามารถผ่านพ้นค่ำคืนนี้ไปได้หรือไม่

                         เหล่าทหารม้าจำนวนมากทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย เมื่อสัญญาณมือปรากฎ เหล่าทหารก็พุ่งเข้าใส่อย่างไม่รีรอ และเปลี่ยนแปลงกระบวนรบในทุกๆครั้งที่พ่าย มันยิ่งทำให้เหล่ากองพลม้าที่รออยู่นั้น รู้ตัวเองได้ทันทีว่า อำมาตย์นี้เหมือนเรียกให้ตัวเองมาตาย เพราะในตอนนี้ไม่มีใครสามารถผ่านชายร่างยักษ์ผู้นี้ไปในสภาพที่มีชีวิตอยู่ได้เลย ด้านหลังของเทียนเฉิงกับหถ่นเชิดของเขาในตอนนี้ มีเพียงซากคนและเศษชิ้นเนื้อที่กองรวมกันอยู่กับพื้นจำนวนมาก

                          เมฆขรื้มเริ่มโปรยปราบสายฝนลงมา พร้อมกับเสียงอัสนีบาตที่ฟาดผ่าอยู่ไกลๆในบริเวณโดยรอบ

                          เทียนเฉิงที่ตอนนี้เริ่มยิ้มที่มุมปากราวกับว่าตนนั้นรู้ว่าได้เปรียน เขานั้นเริ่มหายใจหอบอย่างเห็นได้ชัด เขาพยายามประคองสติของตนเอง และควบคุมปราณของตนให้อยู่ในจุดที่สมดุลที่สุดเท่าที่เขาจะทำให้ตนนั้นยืนหยัดอยู่ได้ ป้องกันไม่ให้ธาตุไฟเข้าแทรก ลมปราณแตกซ่าน

                           ทหารม้าที่เห็นว่าอนาคตของตนเองนั้นก็คงไม่ต่างอะไรกับชิ้นเนื้อด้านหลังนั่น ความรักตัวกลัวตายก็พาให้เหล่ากองทหารม้าควบม้าหันหลังกลับก่อนจะควบม้ากลับไป อำมาตย์นรกที่เห็นว่า ท่าไม่ดีแล้ว เตรียมจะหันกลับไปตั้งหลัก แต่คิดได้ก็สายไปเสียแล้ว เทียนเฉิงปล่อยหุ่นเชิดของตนเองไปล้อมกองทหารม้าเอาไว้ แม้จะมีเพียงสี่ตัว แต่มันก็สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของกองทหารม้าที่กำลังหนีตายได้ด้วยความกลัว เทียนเฉิงร่ายฯกระบวนท่าต่อจากนั้น พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างหุ่นเชิด ขนาดทั้งสองของหุ่นแต่ละตัวค่อยๆแยกออกจากสองแขนเป็นสี่แขน และในสองแขนนั้นเอง ได้ปล่อยโซ่เหล็กให้พุ่งไปเชื่อมกับหุ่นเฉิดอีกตัว จนล้อมเป็นคอกเอาไว้ไม่สามารถออกไปได้ เหล่าม้าที่ตื่นก็พากันย่ำอยู่กับที่ จนพื้นดินตรงหน้าเริ่มกลายเป็ฯเลนจากน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย พร้อมกับเสียงฟ้าร้องที่ยิ่งทำให้ทหารเหล่านั้นเริ่มคุมม้าของตนเองไม่ค่อยอยู่

                           จังหวะนั้นเองที่เทียนเฉิงหยิบบางสิ่งออกมาจากด้านข้างตนเอง.. มันคือร่มขนาดใหญ่ที่มีด้ามจับยาวมาก เทียนเฉิงร่ายรำกระบวนของตนเองด้วยร่มคันใหญ่นั้น ก่อนที่จะปล่อยให้ร่มเหินไปอยู่เหนือหัวของคนเหล่านั้น ก่อนที่จะชูร่มขึ้นสูง ทันใดนั้น แสงอัสนีบาตก็ฟาดผ่าลงมาทีกลางร่วมนั้นอย่างแรง ทั้งคนทั้งม้าต่างถูกสายฟ้าฟาดผ่าผ่านคนแล้วคนเล่า และไม่ใช่เพียงครั้งเดียว สายฟ้าได้ผ่าลงมาอีกหลายครั้ง จนทั้งคนทั้งม้ากลายเป็นกองเพลิงรวมกันจนไม่สามารถแยกออกได้แล้วว่าใครเป็นใคร.. หุ่นเชิดของเทียนเฉิงทั้งสี่ตัวที่ได้รับกระแสไฟฟ้ามากจนเกินไป ทำให้หุ่นเชิดทั้งสี่ตัวนั้นกลายเป็นเถ้าถ่าน..

                           เหล่าอำมาตย์ชั่วกลายเป็นเถ้าถุลีไปพร้อมกับบาปกรรมที่พวกมันได้ก่อเอาไว้ เทียนเฉิงเองที่เขานั้นฝืนตนเองจนมากเกินไปก็เริ่มออกอาการ..

                           “อ็อก!!” ชายร่างยักษ์ทรุดลงกับพื้น แขนกลที่เชื่อมด้วยปราณในตอนนี้ก็หลุดออกจากเบ้าเพราะไร้ซึ่งปราณเส้นเอ็นที่เชื่อนต่อเอาไว้ เทียนเฉิงกระอักเลือดออกมาจำนวนมาก ท่ามกลางฝนที่กำลังตกลงมา ค่อยๆชะล้างกองเลือดนั้นทำให้เขามองเห็นตนเองในเงาน้ำนั่น.. เชายิ้ม และพูดกับตนเอง…

"เจอกันที่อีกฟากนึงนะ..หลงเทียนเฉิง..."

                           ก่อนร่างใหญ่ยักนั้นจะทรุดลงไปกองท่ามกลางสายฝนนั้น....

                           ......









แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 59839 ไบต์และได้รับ 42 EXP!  โพสต์ 2022-7-8 00:09
โพสต์ 59,839 ไบต์และได้รับ +15 คุณธรรม +15 ความโหด จาก หมวกไผ่ผ้าคลุม  โพสต์ 2022-7-8 00:09
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกวียนขนส่ง
ชุดผ้าฝ้าย
หมวกไผ่ผ้าคลุม
เบ็ดตรง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x10
x10
x100
x200
x200
x1
x121
x30
x30
x30
x90
x10
x14
x90
x10
x10
x10
x20
x10
x10
x10
x10
x10
x10
x10
x10
x110
x20
x10
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน Sign in with facebook

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ข้อความล้วน|

Copyright © 2001-2012 | Legend of Wuxia   สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2022-8-12 16:29

ขึ้นไปด้านบน